Payakorn.com
ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"

  ปุจฉา วิสัชนา  Vote Up (146) Vote Down (142) เมล์กระทู้นี้ให้เพื่อน   
30296 : จากคุณ G.mercury     [125.27.244.248]     01 Dec 2009 - 21:08     [35 คำตอบ]

เรื่องของการผูกดวง แบบ สุริยยาตร์ กับแบบลาหิรี
สงสัย เรื่องของการผูกดวง แบบ สุริยยาตร์ กับแบบลาหิรี ต่างกันอย่างไรคะ
แล้วผลลัพท์ของการดูออกมาจะแตกต่างกันไหม
แล้ว แบบไหนที่ดูแล้ว ผลชัดเจนกว่าคะ

แสดงคำตอบจำนวน 30 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 35 คำตอบ ( 2 หน้า )
| 1 | 2 |

6. 3ตา     [125.27.71.64]     02 Dec 2009 - 08:33



ทั่นกุบกั๊บหลักแหลมยิ่งนัก

จำง่ายๆก็ ตามดาราศาสตร์คือลาหิรี

7. พลังวัชร์     [192.168.30.124]     02 Dec 2009 - 09:14

ผลต่างขององศาดาวในโปรแกรม กับ ปฏิทินรุ่นเดิมๆ ต่างกัน เพราะสูตรคำนวณที่ใช้มีค่า factor ที่ใช้ในการปรับแก้ต่างกัน ตามยุคตามสมัย แม้แต่ค่า "อยนางศะ" เอง ยังมีการปรับแก้ค่า ที่ใช้ความหยาบละเอียดไม่เท่ากันในแต่ละยุค

ในสมัยก่อนใช้การคำนวณมือ จากตารางค่าต่างๆ ค่าตรีโกณมิติก็ใช้ตารางคำนวณทศนิยม 5 - 9 ตำแหน่ง ปัจจุบัน ใช้คอมพิวเตอร์คำนวณย่อมให้ความละเอียดมากกว่า เพราะค่าตรีโกณมิติที่มีค่า Pi ละเอียดขึ้น

ผลการคำนวณที่ได้จาก ปฏิทินโหรรุ่นเก่า เช่น ปี 2444 - 2550 สอบทานแล้วผลไม่ผิดกันมาก คือ ต่างจากโปรแกรมในปัจจุบันไม่เกิน 2 ลิปดา ถือว่า OK

8. อภิมันยุ     [125.24.187.246]     02 Dec 2009 - 09:41

อืม...ม ต่างกัน 2 ลิปดา เวลาส่งยานไปดาวอังคาร มันจะถึงดาวอังคารหรือเปล่าครับ... แฮ่ๆ

9. พลังวัชร์     [192.168.30.124]     02 Dec 2009 - 10:23

อาจไปลงแถวดาวพระเคราะห์น้อย เวสต้า ก็ได้ เพราะเส้นรอบวง แปรผันตาม ค่ามุมกับรัศมี
ถึงค่ามุมน้อย แต่ถ้าระยะทาง หรือ r ต่างกันมากๆ ค่าที่เบี่ยงเบนออกไปตามแนวเส้นรอบวงก็จะมากตามไปด้วย แฮ

10. อภิมันยุ     [125.24.187.246]     02 Dec 2009 - 11:32

ลึกซึ้งนักๆ

อ.พลังวัชร กำลังจะบอกเป็นนัยๆว่า ดาราศาสตร์นั้นส่วนดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ก็เป็นส่วนของโหราศาสตร์ หรือเปล่าขอรับ...

ปล.พี่ท่าน ข้าน้อยส่ง abstract งานวิจัยไปแล้ว คาดว่าปีหน้าคงจบชัวร์ จบแล้วภาระกิจที่ติดค้างจะดำเนินให้แล้วเสร็จ นะ...จุ๊บๆ

11. มด พยากรณ์     [58.9.50.123]     02 Dec 2009 - 11:34

คห.5,7.9. ของท่านอภิมันยุ และ ท่านพลังวัชร์ มีประโยชน์มากๆเลยครับ

12. อภิมันยุ     [124.120.248.172]     02 Dec 2009 - 22:19

เรื่องการดูดวงแบบสุริยยาตร์นี้ มีเรื่องที่ได้สัมผัส เกี่ยวกับดาว ๙ สุริยยาตร์ อยากจะเล่าให้ทราบ

1.วันหนึ่งมีลูกค้ามาดูดวงกับคุณยาย ดูดวงกันไปเกี่ยวกับเรื่องความรัก จนมาถึงว่า กำลังจะถูกหลอกถูกโกงเรื่องเงินทอง เจ้าของดวงก็เล่าว่า กำลังถูกชักชวนให้ลงทุนกู้เงินมาทำเหมืองแร่ ผมนั่งอยู่ข้างๆ จึงถามว่า "เงินที่ว่านี้ ซัก 10-11 ล้านได้หรือไม่" คุณยายทักว่า "มันมีดาว ๙ สัมพันธ์ด้วย มันต้องเป็นเงินจำนวนมาก มันต้องซัก 100-110 ล้านบาท" เจ้าของดวงบอกว่า ต้องกู้เงิน 110 ล้านบาท มาทำเกี่ยวกับเหมืองแร่นี้

2. วันหนึ่งมี ผู้รับเหมาตกยาก มาดูดวง พอดูดวงไปซักพัก คุณยาย ก็ถามว่า "บ้านที่อยู่ปัจจุบันเป็นบ้านเช่า หรือ บ้านตนเอง" เจ้าของดวงบอกว่าเป็นบ้านเช่า เช่าอยู่ได้ซัก 5-6 เดือนแล้ว คุณยายเห็นดาวเกตุสัมพันธ์กับดาวบ้านเป็นจุดสำคัญ "จึงทายไปว่า บ้านหลังนี้ เจ้าที่แรงนะ มีวิญญาณอยู่หลายดวง คนดวงไม่แข็งจริงอยู่ไม่ได้หรอก" เจ้าของดวง ถามกลับว่า "จึงหรือครับ วิญญาณที่ว่านี้ไม่ทราบว่ามีกี่ดวงครับ" คุณยายตอบว่า "วิญญาณที่บ้านมีอย่างน้อย 3 ดวง" เจ้าของดวงก็เล่าว่า "ช่วงกลางคืนหลายๆคืน หลับๆไป ก็รู้สึกเหมือนว่ามีใครมาจับอวัยวะเพศ สะดุ้งตกใจตื่น ก็ไม่พบใคร" หลังจากกลับไปเจ้าของดวงได้ไปถามบ้านข้างเคียงว่า "บ้านนี้ เคยมีคนตายมาหรือเปล่า" บ้านข้างเคียงเล่าว่า "มี สามีภรรยาคู่หนึ่งเคยมาเช่าอยู่ ฝ่ายภรรยากำลังท้องแก่ อยู่มาวันหนึ่งทะเลาะกันรุนแรง สามียิงภรรยาตาย แล้วก็ยิงตัวเองตายตาม"

13. NooM     [124.121.248.236]     03 Dec 2009 - 08:15

ขอถามเล่นๆนะ (แต่จะตอบจริงก็ไม่ว่ากัน)

ตามการสันนิษฐานของนักโหราศาสตร์ประวัติศาสตร์เดิมทั้งสองแบบ จุดเริ่มต้นราศีเมษจะเป็นจุดเดียวกัน

งั้นถ้าลองคำนวณย้อนกลับ โดยใช้ค่า อยนางศ ของ Lahiri แล้ว จุดเริ่มต้นราศีเมษจะเป็นจุดเดียวกันทั้ง Tropical Zodiac และ Sidereal Zodiac ประมาณวันที่ 30 สิงหาคม คศ.285 ตามปฏิทินจูเลียน นั่นก็คือ วันนั้นจะมีค่า อยนางศ(precession)ตามแบบ Lahiri 0:00:00 พอดิบพอดี (ถ้าเป็นการคำนวณตามแบบอื่นเช่น Fagen หรือ กฤษณมูรติ ก็คงจะเป็นคนละวันกัน)

ตามประวัติศาสตร์ว่า โหราศาสตร์มีมานานเกินกว่า 5000 พันปีแล้ว หรือ แม้แต่ในสมัยพุทธกาล ตามพุทธประวัติก็มีการอ้างอิงตำแหน่งดาวตามดาวฤกษ์มาแล้ว ตามวันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ว่าจันทร์สถิตย์ในฤกษ์วิสาขะ

คำถามก็คือ อย่างนี้ในปีก่อน คศ.285 ระบบราศีเป็นแบบอ้างอิง Tropical Zodiac หรือ Sidereal Zodiac ?

14. พลังวัชร์     [180.183.145.0]     03 Dec 2009 - 08:36

search เจอนานแล้ว แต่ไม่มีเวลาอ่านครับ

จักราศีของ บาบิโลเนียน

http://books.google.co.th/books?id=dSELAAAAIAAJ&dq=babilonian+horoscope&printsec=frontcover&source=bl&ots=LT0NDL6Z5K&sig=0ZtQee7QjGrb1ZH8NNVySotzfac&hl=th&ei=DxMXS5y5FMqHkAXSrbCOBw&sa=X&oi=book_result&ct=result&resnum=7&ved=0CCkQ6AEwBg#v=onepage&q=&f=false

จักราศีของ กรีก

http://books.google.co.th/books?id=kEgnLpm06zQC&printsec=frontcover&dq=Greek+Horoscopes&lr=&as_brr=1#v=onepage&q=&f=false

โหราศาสตร์อียิปห์

http://books.google.co.th/books?id=SM7h7T76fiQC&pg=PA1&dq=Greek+Horoscopes&lr=&as_brr=1#v=onepage&q=Greek%20Horoscopes&f=false

ใครอ่านหนังสือภาษาอังกฤษแตกกระจาย ช่วยสรุปให้ด้วยครับ จะเป็นพระคุณยิ่ง

ปล. ลาหิรี ชื่อจริง ศรีนิรบาลจันทรา ลาหิรี กล่าวว่า จักราศีทั้ง 2 ระบบมาตรงกัน ณ จุดตรงข้ามดาว Spica ณ วันที่ 22 มีนาคม 285 A.D. (ศก 207) เวลา 21นาฬิกา 27 นาที Indian Standart Time องศาดาวจิตราเท่ากัน 180 องศา 0 ลิปดา 03 ฟิลิปดา วันนั้นเป็นทั้งวันวษุวัติ และ มหาสงกรานต์ (จาก LAHIRI'S INDIAN EPHEMERIS 1992)


15. มด พยากรณ์     [58.9.50.123]     03 Dec 2009 - 08:48

ถ้าจะสันนิษฐานคาดเดาไปต่างๆนานา ก็ไม่มีหลักฐานมาอ้างอิงประกอบ แต่ระบบทั้งสองคือ Tropical Zodiac และ Sidereal Zodiac ในปีก่อน คศ.285 ต่างมีค่าเท่ากัน คือ อาทิตย์อยู่ในราศีเมษ ขึ้นตรงเส้นศูนย์สูตรพอดี ถ้าใครหาข้อมูลเก่งๆ ขอรบกวนให้ หาบันทึก"คัมภีร์เอ็นลิล-นูอิล"ที่เขียนด้วยอักษรเฟนิเชียนบนดินเผา ของชาวเมโสโปเตเมีย ฉบับภาษาอังกฤษที่นักโบราณคดี เขียนมาแปลให้พวกเราอ่านหน่อยได้มั้ยครับ? เพื่อความรู้ของพวกเราจะได้ทันโลกซักที

16. มด พยากรณ์     [58.9.50.123]     03 Dec 2009 - 08:51

ขอบคุณอ.พลังวัชร์ มากครับ มีประโยชน์มากจริงๆ

17. Pookie     [124.122.144.230]     03 Dec 2009 - 09:10

ท่านอภิมันยุ เขียนได้ละเอียดดี ชัดเจน

18. ภีมะ     [66.45.240.66]     03 Dec 2009 - 09:54

ขอแจมกระทู้นี้ด้วยคน คือไม่พูดถึงหลักวิชาการกันหล่ะ เพราะหลายท่านกล่าวทุกอย่างละเอียดแล้ว กระทู้อื่นๆ รวมทั้ง 22758 ก็คุยกันจนปรุเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขอคิดไปเรื่อยๆ แบบไร้หลักการแล้วกัน

เขาว่าแกนโลกหมุนแบบลูกข่างใช่ป่าวครับ ตอนนี้แกนโลกหมุนทำให้ค่าอยนางศะถ่างออกไปเรื่อยๆ แต่ถ้าหมุนแบบลูกข่างวันนึงก็ต้องกลับมาที่เก่าจะกี่หมื่นปีก็ไม่รู้หล่ะ คือค่าอยนางศะจะกลับมาเป็น 0 ถ้างั้นปฏิทินที่ไม่ต้องใช้ตำแหน่งตรงเป๊ะกับตำแหน่งดาวในจักรวาล แต่ใช้ค่าเฉลี่ยหรือค่ามัธยมมาตรฐานก็น่าจะใช้ได้ เหมือนกับการพล็อตกราฟ ที่แต่ละจุดขึ้นลงๆ แต่พอลากเส้นเป็นแนวโน้มผ่านจุดเหล่านี้ จะได้เป็นเส้นตรง แต่หลักเกณฑ์การทำนายก็คงต้องพิจารณาว่าหลักเกณฑ์ไหนเหมาะกับปฏิทินแบบไหน ปฏิทินสุริยยาร์ตอาจอยู่บนหลักการนี้ก็ได้ เออ พูดเองชักงงเอง

19. มด พยากรณ์     [58.9.50.220]     03 Dec 2009 - 10:08

ถึงคุณภีมะ ว่างๆช่วยสรุป ตำราทั้ง 3 เล่ม มาโพสต์ที่กระทู้นี้ย่อๆได้มั้ยครับ? เคยคุยกับนักโหราศาสตร์รุ่นเก๋า(อยู่ในวงการมาหลายสิบปี เป็นลูกศิษย์โหรหลวงร.๗ ที่บวชเป็นพระภิกษุ) ที่ใช้ปฎิทินสุริยยาตร์ เขาบอกว่า"ช่วงเวลาเกิดเหตุการณ์ คือ บวกลบ 7 วัน"ลองสังเกตคำพากรณ์ของอ.ภิญโญ พงศ์เจริญ จะเห็นชัดเจนเรื่องการระบุช่วงเวลา

20. มด พยากรณ์     [58.9.50.220]     03 Dec 2009 - 10:11

คำพากรณ์=คำพยากรณ์

21. ภีมะ     [66.45.240.66]     03 Dec 2009 - 12:50

คุณมด ตำรา 3 เล่มที่ว่าคือตำราอะไรครับ ถ้าหมายถึงตำราที่ตามลิ้งค์ท่านพลังวัชร์ก็สงสัยจะไม่ไหวครับ สุริยาร์ตภาษาไทยยังมึนเลย แต่ไงจะลองเข้าไปอ่านดูก่อน ถ้ามีจุดสำคัญๆ (ที่อ่านรู้เรื่อง) ยังไงจะมาโพสต์ไว้แล้วกันครับ

22. มด พยากรณ์     [58.9.50.220]     03 Dec 2009 - 13:10

ขอบคุณแทนทุกคนด้วยครับ มีจุดที่น่าสังเกตบางประการ คือ กล่าวกันว่า โหราศาสตร์อินเดีย วัดจุดเริ่มต้นที่ราศีตุลย์โดยใช้วัดจากดาวจิตราฤกษ์(สไปก้า=Spica) ระบบโหราศาสตร์สากล (รวมทั้งยูเรเนียน) ใช้ราศีตุลย์เป็นเรือนชะตาที่ 1 ไม่ทราบมีเกี่ยวข้องกันหรือไม่? อีกทั้งดาวเกษตร ชื่อจักรราศี ก็เหมือนกัน มีผู้กล่าวว่า โหราศาสตรอินเดีย แบบดั้งเดิมเป็นระบบใช้กลุ่มดาวนักษัตรที่ พระจันทร์โคจรผ่าน 28 กลุ่ม เป็นหลัก ต่อมาภายหลังเมื่อมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับชาวกรีก จึงปรับระบบจักรราศีเข้ากับระบบนักษัตรแบบดั้งเดิม คงคล้ายๆกับการใช้ปีม.ศ.(มหาศักราช) จ.ศ. (จุลศักราช) ไปพร้อมๆกับปี พ.ศ.ของคนไทยสมัยก่อนกระมังครับ?

23. อภิมันยุ     [124.120.248.172]     03 Dec 2009 - 17:14

เดิมทั้งสองแบบ จุดเริ่มต้นราศีเมษจะเป็นจุดเดียวกัน แต่จากการส่ายของแกนโลก ทำให้จุดเริ่มต้นราศีเมษของทั้งสองจุดห่างออกจากกัน กล่าวคือ จุดวิษุวัตได้เคลื่อนไปจากกลุ่มดาวฤกษ์เดิม (ประมาณ 72 ปี ต่อ 1 องศา)

(ref.สุริยยาตร์ศึกษาปี2550-2551:บทที่1วิวัฒนาการโหราศาสตร์โลก-ไทย หน้าที่ 21:พลังวัชร์)

ตอนพิมพ์เสร็จก็คิดอยู่ว่าก่อนหน้านั้น มันไม่มีปัญหาเรื่อง อยนางศ หรือ ไร แต่พอดี ไม่ได้ใช้ปฏิทินตัด อยนางศ จึงไม่ได้เดือดร้อนหรือคิดแทนขอรับ... (เข้าใจว่า โหราจารย์ในอินเดีย ที่ใช้แบบสิทธานตะดั้งเดิม ก็คงไม่ได้เดือดร้อนเรื่องนี้เหมือนกัน... )

ปัญหาคงอยู่ที่ อ.พลังวัชร แล้วนะครับ ตอบน้าแอ๊ด(Admin)เขาด้วยนะ แฮ่ๆ

ปล.1.ตอนนี้น้าแอ๊ด(Admin)เข้ามาแล้ว ขอพยากรณ์ว่า ลุงบั๊ก ท่านต้องเข้าในไม่ช้า
ปล.2.จะมีชาติไหนที่เรียกคนอื่นเหมือนญาติ เหมือนคนไทย...อิอิ

24. น้ำใสไหลริน     [82.114.160.36]     03 Dec 2009 - 21:45

หวัดดีคับ...ชอบอ่านคับ

25. G.mercury     [125.27.244.2]     03 Dec 2009 - 23:54

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาช่วยตอบ และ ให้ความรู้นะคะ
ต้องค่อย ๆ อ่านเพื่อทำความเข้าใจ
หากมีไรสงสัยจะได้ถามต่อ ในน้มีผู้เชี่ยวชาญให้คำตอบดี ๆ เยอะจิง ๆ

26. NooM     [124.122.65.250]     04 Dec 2009 - 08:11

ตาม คห.22 เรื่องการใช้ราศีตุลเป็นเรือนชะตาที่ 1 มีแต่โหราศาสตร์ยูเรเนียนเท่านั้นที่ใช้ครับ(เฉพาะผู้ที่เกิดในซีกโลกเหนือ) แต่ก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องของกลุ่มดาวจิตราฤกษ์(สไปก้า=Spica) แต่อย่างใด เป็นเทียบเคียงตามปรัชญาการปฏิสนธิกับฤดูกาลของโลก ซึ่งหากผู้ที่เกิดในซีกโลกใต้ ก็จะกลับมาใช้ราศีเมษเป็นเรือนที่ 1

ตอบ คห.18 โลกนอกจากจะหมุนรอบตัวเองแล้วยังหมุนควงแบบลูกข่างที่กำลังจะล้ม ทำให้เกิดเป็นวงกลมสมมุติบนท้องฟ้า เป็น gyroscopic precession ก็คือทำให้ค่าอยนางศเพิ่มขึ้นเรือยๆปีละประมาณเกือบ 50 พิลิปดา หรือประมาณ 72 ปีต่อ 1 องศา หรือ ประมาณ 25800 ปี ต่อรอบ ทำให้ขั้วโลกเหนือซึ่งจะชี้ไปยังดาวเหนือเคลื่อนไปเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ดาวเหนือจึงไม่ใช่ดาวโพราริส(Polaris) แต่จะเป็นดาวทูบาน(Tuban) สมัยการสร้างปิรามิดอียิปตจะมีช่องหนึ่งซึ่งชี้ไปยังดาวทูบาน ซึ่งหมายถึงดาวเหนือในสมัยนั้น ต่อไปอีกประมาณ 8000 ปี ดาวเหนือจะเป็นดาว DENEB และอีก 4000 ปีก็จะเป็นดาว VEGA มีการนำรอบประมาณ 25800 ปี มาแบ่งเป็นยุค(The Astrological Age)ต่างๆด้วย ยุคละประมาณ 2100 กว่าปี ขณะนี้เราอยู่ในยุคของราศีกุมภ์ Aquarian Age (ตั้งแต่ประมาณปี 1900 เป็นต้นมา) เรื่องนี้จึงกลายเป็นความเชื่อในเรื่องของ One GOD, One Age ไปด้วย จึงมีการแสวงหาศาสดาหรือ Messiah องค์ใหม่ มาตั้งแต่สมัยต้นศตวรรษที่ 19 เช่น กฤษณมูรติ เป็นต้น

จาก Babylonian horoscope ข้อมูลจักรราศีในหน้า 21 เท่าที่ลองคำนวณดู ตรงกับตำแหน่งราศีแบบนิรายนะหรือ Sideral Zodiac แสดงว่าในสมัย Babylon อาจบันทึกตำแหน่งดาวในแบบ นิรายนะ (ประมาณ 100-400 ปี ก่อน คศ.) และว่ากันว่าก่อนหน้านั้น(ก่อน ค.ศ.500)ยังไม่มีการบันทึกตำแหน่งดาวตามจักรราศี แต่จะบันทึกไว้คร่าวๆตามตำแหน่งกลุ่มดาวฤกษ์(ซึ่งอาจมากกว่า 12 กลุ่ม) กล่าวคือมีการสันนิษฐานว่าการแบ่งกลุ่มดาวฤกษ์เป็นจักรราศี น่าจะประมาณ 500 ปี ก่อน ค.ศ. นั่นเอง

ดังนั้นจึงอาจพูดได้ว่าต้นกำเนิดของจักรราศีมาจากกลุ่มดาวฤกษ์(Sideral) ไม่ใช่ฤดูกาล(Tropical) ตำราซึ่งอ้างอิงระบบราศีตามฟดูกาลที่มีชื่อเสียงคือ TETRABIBLOS ของ CLAUDIUS PTOLEMY (ประมาณ ค.ศ. 100 กว่า)

ส่วนใน Greek Horoscope การคำนวนตำแหน่งของผู้เขียนหนังสือกลับใช้ในแบบ Tropical Zodiac ซึ่งตรงนี้วัดยากเพราะเท่าที่ดูข้อมูลมันอยู่ในช่วงใกล้ๆปี คศ.285 ที่ จุดวิษุวัตกับมหาสงกรานต์ตรงกันพอดี จึงไม่แน่ใจว่าข้อมูลทางประวัติศาสตร์จะบันทึกในแบบนิรายนะหรือสายนะ(แต่ข้าพเจ้าคาดว่าน่าจะเป็นแบบนิรายนะ ตามแบบของบาบิโลน นั่นแหละ)

ประเด็นเรื่องของระบบราศีนี่ว่าไป มันก็สำคัญในแง่ของความหมายของดาวสถิตย์ราศีและระบบเจ้าเรือนเกษตร ว่ามีที่มาอย่างไร เพราะตอนนี้ตำแหน่งดาวก็ต่างกันถึง 24 องศาแล้ว นับจากไปอีกประมาณ 430 ปี ค่าอยนางศ จะมากกว่า 30 องศา กลายเป็นว่าทั้ง 2 ระบบตำแหน่งดาวจะอยู่กันคนละราศีแน่นอน ซึ่งปัจจุบันก็นับว่ามีผลค่อนข้างมากแล้วว่าหลายๆดวงตำแหน่งดาวจะอยู่คนละราศี

ความหมายของดาวสถิตย์ราศีทั้งสองระบบนี่ ให้คำแปลความหมายไม่ได้แตกต่างกันมาก แล้วจะพิจารณาต่อไปยังไง ต่างฝ่ายต่างก็อ้างว่าของตัวเองตรงกว่า จึงน่าที่จะต้องมาพิจารณาว่าระบบราศีใด ให้ความหมายในเชิงของราศีได้ถูกต้องหรือควรจะเป็นมากกว่ากัน ซึ่งเรื่องนี้ก็ย่ิอมไปเกี่ยวพันถึงระบบเรือนชะตาที่จำเป็นต้องอ้างอิงถึุงดาวเจ้าเรือน(Houselord)

ส่วนใหญ่โหรในเวบนี้จะใช้ระบบของนิรายนะอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสุริยยาตร์ หรือ ดาราศาสตร์ตัดอยนางศ ก็คงจะบอกว่าแบบคงที่นี้ถูกต้อง แต่ถ้าไปถามในเวบที่ใช้โหราศาสตร์สากลก็ต้องบอกว่าแบบเคลื่อนที่ถูกต้องกว่า หรือมิฉะนั้นก็อาจจะบอกว่า หลักวิชาต่างกันก็คงแบบว่าต่างคนต่างใช้กันไปแล้วกัน ก็พอจะพูดได้ครับว่าหลักวิชาต่างกัน แต่หากพิจารณาดูแล้ว จะพบว่ามันมีความทับซ้อนที่ต้องค้นหาคำตอบอยู่ด้วย

ในความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้า ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่ก็ใช้โหราศาสตร์ยูเรเนียนในการอ่านดวงชะตา แต่ก็จะใช้เฉพาะทฤษฎีพระเคราะห์สนธิ ซึ่งว่าด้วยการอ่านดาวทำมุมกันอย่างเดียว ไม่ได้ใช้เรือนชะตาหรือตำแหน่งของดาวสถิตย์ราศีมาเกี่ยวข้องเลย เพราะยังคิดว่าระบบราศีแบบคงที่ นิรายนะหรือ Sideral Zodiac สะท้อนภาพของความหมายของดาวสถิตย์ราศีได้ดีกว่า รวมถึงระบบเรือนชะตาซึ่งอ่านได้ซับซ้อนลงลึกได้ดี จนสามารถแบ่งเหตุการณ์ได้ชัดเจนเพียงพอ มีความสมบูรณ์ในตัว ซึ่งเมื่อใช้แบบนี้แล้ว ก็จะไม่พบว่ามีความขัดแย้งกันในการใช้งานแต่อย่างใด แต่กลับจะช่วยเสริมให้มองรายละเอียดลงได้มากขึ้นไปอีก

เหตุผล ก็เพราะจากข้อมูลในอดีตนั่นแหละ ซึ่งจะเห็นว่าในสมัยบาบิโลน ก็ยังใช้ตำแหน่งดาวตามราศีแบบคงที่ เพราะเป็นการบันทึกปูมโหรจากการมองขึ้นไปบนท้องฟ้าจริง ว่ามีกลุ่มดาวอะไรเป็นฉากหลัง ปรัชญาการแปลความหมายของราศีก็น่าจะมาจากกลุ่มดาวฤกษ์ที่นำมาเป็นชื่อราศีหรือเดือนนั่นแหละ

แต่เรื่องนี้ในทางโหราศาสตร์สากลเขาก็จะมีการแปลความหมายของราศีโดยระบุว่าอ้างอิงไปตามปรัชญาของการเปลี่ยนฤดูกาลด้วย ก็คงจะไปปฏิเสธไม่ได้ แต่เรื่องนี้ข้าพเจ้ามองว่าระบบของ Tropical น่าจะเกี่ยวพันกับเรื่องของระบบเรือนชะตาแบบสากลซึ่งใช้ตำแหน่งของลัคนาเป็นจุดเริ่มต้นของเรือนที่ 1 และตำแหน่งของเมอริเดียน หรือ ทศมลัคน์ เป็นจุดเริ่มต้นของเรือนที่ 10 ซึ่งการคำนวนตำแหน่งเรือนชะตาจะอ้างจากจุดพิกัดบนโลก ตามแกนโลก (เรื่องนี้สะท้อนภาพทางปรัชญาของชาวตะวันตกที่มองภาพแบบยึดเข้าหาตน(โลก)เป็นหลักด้วย ส่วนปรัชญาของทางตะวันออกมองออกไปไกลถึงสุดขอบจักรวาล เป็นองค์รวม)

ในคัมภีร์ TETRABIBLOS ของ CLAUDIUS PTOLEMY. เท่าที่อ่านคร่าวๆ(คร่าวจริงเลย เพราะอ่านไม่ไหว ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงพอ) ก็พบว่่ามีการอธิบายทั้ง กลุ่มดาวฤกษ์ประจำราศี และการอ้างอิงฤดูกาล พูดถึง Equinox(วิษุวัติ) และ Solstice(มายัน) อยู่ด้วย แต่ที่อ่านแบบคร่าวๆ ไม่พบตัวอย่างตำแหน่งดาว จึงไม่อาจค้นคว้าต่อได้ (ใครอ่านแบบละเอียดแล้วเจอก็บอกด้วยครับ จะได้ทดสอบดู) PTOLEMY มีชีวิตอยู่ในช่วง ประมาณ ค.ศ 100 จึงคาบเกี่ยวกับช่วงที่วิษุวัติใกล้เคียงกับมหาสงกรานต์ด้วย จึงอาจจะเป็นจุดเริ่มที่ทำให้โหราศาสตร์แยกออกมาเป็น 2 ระบบ เพราะ TETRABIBLOS ถือว่าเป็นต้นแบบหนึ่งของโหราศาสตร์สากลด้วย ดังนั้นในยุคของ PTOLEMY หรือสมัย Greek จะบอกว่าความหมายของราศีจะอ้างอิงจากดาวฤกษ์หรืออ้างอิงจากฤดูกาลก็ย่อมได้ เนื่องจากตำแหน่งดาวใกล้เคียงกันมาก

เมื่อศึกษาไปลึกๆแล้ว จะพบว่าโหราศาสตร์หรือดาราศาสตร์นั้นอยู่เบื้องหลังแนวคิดสำคัญของโลก แม้แต่การแบ่งแยกปรัชญาชีวิตของตะวันตกกับตะวันออก ก็ยังจะมีฉากหลังเกี่ยวข้องกับการแบ่งระบบจักรราศีเลย (โยงได้ไงเนี่ย สงสัยมันจะ Conspiracy Theory)

เขียนไปเขียนมารู้สึกจะจบไม่ลงแฮะ ข้อมูลอาจผิดๆถูกๆ ก็ถือว่าเป็นการจุดประกาย(เอ หรือว่าจุดชนวน อิอิ)ให้ไปค้นคว้ากันต่อนะครับ

สรุปในตอนนี้ คือระบบราศีแบบคงที่(Sideral zodiac) น่าสนใจกว่าครับในการเอาความหมายและเกษตรเจ้าเรือนมาใช้ ในมุมมองส่วนตัวของข้าพเจ้า

27. มด พยากรณ์     [58.9.39.61]     04 Dec 2009 - 08:57

ขอบคุณครับ สำหรับคำตอบ และข้อมูลที่อุตส่าห์อ่านและแปลมาให้ เรื่องตำแหน่งดาวในราศี ช่วงที่ผมดูดาวบนท้องฟ้าเทียบกับปฏิทินทั้งแบบลาหิรี และ สุริยยาตร์ โดยใช้ตำแหน่งจากสมาคมดาราศาตร์ไทยเป็นหลักอ้างอิง พบว่า แบบลาหิรีตรงกว่า ส่วนสากล หรือยูเรเนียน ไม่ต้องพูดถึง ผิดราศียิ่งกว่าสุริยยาตร์อีก เช่น วันที่ 7 ธันวาคม 2552 เวลา 05.40น.
ดาวอังคาร และดาวจันทร์ อยู่ในกลุ่มดาวราศีกรกฎ แต่โหราศาสตร์สากลบอกว่า อยู่ราศีสิงห์ 18 องศา กลางราศีสิงห์ เพราะตัดค่าให้ดาวอาทิตย์กเข้าราศีเมษ วันที่21-22 มี.ค. ทั้งที่ตำแหน่งจริงอยู่ในกลุ่มดาวราศีมีน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นฤดูกาลล โดยไม่สนใจตำแหน่งราศีจริงบนท้องฟ้า
ดังตัวอย่างในลิ้งค์นี้

http://thaiastro.nectec.or.th/skyevnt/planets/img/2009-12chart.jpg

PTOLEMY มีชีวิตอยู่ในช่วง ประมาณ ค.ศ 100 จึงคาบเกี่ยวกับช่วงที่วิษุวัติใกล้เคียงกับมหาสงกรานต์ด้วย จึงอาจจะเป็นจุดเริ่มที่ทำให้โหราศาสตร์แยกออกมาเป็น 2 ระบบ เพราะ TETRABIBLOS ถือว่าเป็นต้นแบบหนึ่งของโหราศาสตร์สากลด้วย ดังนั้นในยุคของ PTOLEMY หรือสมัย Greek จะบอกว่าความหมายของราศีจะอ้างอิงจากดาวฤกษ์หรืออ้างอิงจากฤดูกาลก็ย่อมได้ เนื่องจากตำแหน่งดาวใกล้เคียงกันมาก

ขอบคุณที่ช่วยแปลสรุปมาให้ครับ

28. NooM     [124.122.65.250]     04 Dec 2009 - 09:21

ไม่ถึงกับแปลหรอกครับ ที่เขียนไปนั่นใส่ความคิดตัวเองซะมาก แต่ข้อมูลตำแหน่งดาวตรวจสอบจาก Babylonian horoscope

จะพูดว่า ส่วนสากล หรือยูเรเนียน ไม่ต้องพูดถึง ผิดราศียิ่งกว่าสุริยยาตร์อีก ไม่ได้หรอกครับ เพราะระบบราศีมันคนละระบบ(ลองย้อนกลับอ่านดูข้างบนครับ) ของสากลหรือยูเรเนียน เขาไม่ได้ใช้ราศีแบบอิงจากดาวฤกษ์นี่ครับ การที่สากลบอกว่า อยู่ราศีสิงห์ 18 องศา หมายถึงว่า ดาวอังคารและดาวจันทร์ อยู่ห่างจากจุดวิษุวัติ ประมาณ 138 องศา (เขาไม่ได้บอกว่าอยู่ห่างจากจุดที่อยู่ตรงข้ามดาว spica 138 องศาครับ แต่เขาจะบอกว่าอยู่ห่างจากจุดตรงข้ามดาว spica 138 ลบด้วยค่าอยนางศ 24 องศา) นักโหราศาสตร์สากลมองตำแหน่งเหมือนกับนักโหราศาสตร์อื่นๆทั่วโลกแหละครับ แต่เวลาเขียนดวงเขาไม่ได้บอกว่ามันอยู่ตรงกลุ่มดาวฤกษ์ราศีสิงห์ แต่เขาบอกว่าสถิตย์ในราศีแบบฤดูกาลที่ตำแหน่งชื่อว่าราศีสิงห์ (คือสิงห์เหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกันครับ) คือดาวบนฟ้ามันตรงกันแต่จุดตั้งต้นของราศีที่ชื่อว่า เมษ ต่างกันตามค่า อยนางศ

29. มด พยากรณ์     [58.9.39.61]     04 Dec 2009 - 09:30

ขอบคุณครับ เพราะถึงยังไงอ.หนุ่ม ก็ยังสรุปใจความให้ได้อ่านกัน ทีแรกผมสับสน เพราะทำไมตำแหน่งไม่ตรงกัน แหะแหะ

30. พลังวัชร์     [192.168.30.124]     08 Dec 2009 - 11:54

ในตำรา ALMAGEST ของ CLAUDIUS PTOLEMY มีการศึกษาตำแหน่งดาวฤกษ์ต่างๆ ว่าอยู่ในตำแหน่งพิกัด Lat Long ใดๆ บนท้องฟ้า เพื่อเอามาสอบเทียบกับ การคำนวณ แต่ยังได้อธิบายด้วยว่า ดาวฤกษ์แต่ละดวงมีอิทธิพลคล้ายกับดาวเคราะห์อะไรบ้าง เช่น ดาว A = ความหมายของ อังคาร + เสาร์เป็นต้น

เล่าเท่าที่รู้ครับ เพราะไม่ได้อ่านละเอียดเหมียนกัลล

31. มด พยากรณ์     [58.9.43.22]     08 Dec 2009 - 12:38

จุดเริ่มต้นที่โหราศาสตร์ทั้งสองระบบ แตกต่างกันคงเริ่มมาจาก นักดาราศาสตร์ที่ค้นพบว่า มีการส่ายของแกนโลก เพราะตำแหน่งดาวในบันทึกโบราณ คลาดเคลื่อนจากตำแหน่งในขณะนั้น โหราศาสตร์จึงแตกออกเป็นสองสาย คือสายที่ 1. อ้างอิงกลุ่มดาวฤกษ์จักรราศี (Sidereal Zodiac) เหมือนเดิม สายที่ 2. อ้างอิงฤดูกาล (Tropical Zodiac) โดยปรับย้ายราศีเมษถอยไปเริ่มต้นที่เส้นศูนย์สูตรฟ้า ตามการส่ายของแกนโลก แต่จำชื่อนักดาราศาสตรท่านนั้นไม่ได้ แหะแหะ

32. ภีมะ     [202.60.207.111]     08 Dec 2009 - 16:03

เท่าที่อ่านเจอในเล่มแรก บาบิโลนกำหนดราศีโดยใช้ fixed stars คือดาวฤกษ์ประมาณ 34 ดวง (น่าจะเป็นกลุ่มมากกว่า) ในการกำหนดราศีจักรครับ มี 12 ราศีๆ ละ 30 องศา ขอบเขตเริ่มต้นและสิ้นสุดจักรราศีจะมีชื่อดาวกำกับไว้ เวลาวัดองศาดาวเขาใช้นิ้วมือวัด โดยใช้เกณฑ์ 12 นิ้ว (มือ) เท่ากับ 1 องศา แต่ก็ไม่ได้บอกว่า 12 นิ้วเนี่ยะแบบยืดแขนสุดหรืออย่างไร ส่วนการเริ่มต้นวันตามบันทึกเริ่มต้นเมื่อพระอาทิตย์ตกจนถึงพระจันทร์ขึ้น (เป็นแค่บางส่วนที่พบในจารึก แต่ยังมีจารึกที่เริ่มต้นวันแบบอื่นอีก) ในแต่ละชะตาที่จารึก จะมีการทำดวง 2-3 ดวง คือนอกจากดวงกำเนิดแล้วยังมีการทำดวงย้อนหลังไป 36 ปี เดินหน้าไป 36 ปี โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ ดวงที่ย้อนหลังเท่ากับเป็นดวงก่อนเกิด มีการทำปฏิทินโหราศาสตร์ และการคำนวนแบบจันทรคติ ถือว่าก้าวหน้าทีเดียว สนุกดีเหมือนกันครับ แต่อ่านในเครื่องแล้วตาลาย

33. มด พยากรณ์     [58.9.43.22]     08 Dec 2009 - 16:11

ขอบคุณ คุณภีมะมาก พวกเราส่วนใหญ่ก็รู้เรื่องรากเง่าของโหราศาสตร์น้อยมาก ส่วนใหญ่ก็อ่านจากที่เขาแปลมา ทำนอง "สิทธิการิยะ ท่านกล่าวว่า..."กันทั้งนั้น มีน้อยคนที่จะได้ศึกษาตำราต่างประเทศ หรือศึกษาด้านโบราณคดีทางโหราศาสตร์ ขอบคุณอีกครั้งจริงๆครับ

34. พลังวัชร์     [192.168.30.124]     08 Dec 2009 - 16:40

ช่วยกันสรุปข้อมูลดีกว่าครับ สำหรับ โหราศาสตร์ไทย ภาค "อภิมหาอมตะดาวฤกษ์"

ส่วนผม ขอรออ่าน เพราะภาษาอังกฤษยังเป็นวุ้นอยู่เลย

35. มด พยากรณ์     [58.9.45.36]     09 Dec 2009 - 19:10

เห็นด้วยกับ อ.พลังวัชร์ ครับ ใครที่พออ่านอังกฤษได้ ก็ขอความกรุณาช่วยๆกันสรุปให้พวกเรานักศึกษาโหราศาสตร์ได้รู้กันบ้างก็ดีนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

แสดงคำตอบจำนวน 30 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 35 คำตอบ ( 2 หน้า )
| 1 | 2 |



ขออภัย เนื่องจากกระทู้นี้เก่าเกินไปแล้ว

จึงขอปิด! งดการตอบกระทู้ต่อไป เนื่องจากจะทำให้ระบบโดยรวมช้าลง

หากเห็นว่ากระทู้นี้มีประโยชน์ ขอให้ท่านเปิดกระทู้ใหม่แทน

จากใจ Webmaster



©Copyright ? 2004-2008 Payakorn.com All rights reserved.